Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ไมโครลิสซิ่งเสนอช่องทางลงทุนซื้อหวยออนไลน์ถูกกฎหมาย เดินหน้าระดมทุนเสนอขาย “หุ้นกู้” 2 ชุด อัตราดอกเบี้ย 5.25% และ 5.50% ต่อปี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและชำระคืนเงินกู้ยืม เปิดจอง 26-28 ต.ค.64 นี้

นายวิศาลท์ บูรณสันติกูล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) เปิดเผยว่า MICRO จะเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 2/2564 จำนวน 2 ชุด รวมมูลค่าไม่เกิน 850 ล้านบาท เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนถือหุ้นกู้ โดยหุ้นกู้ ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2566 มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.25% ต่อปี และชุดที่ 2 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2567 มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.50 % ต่อปี ทั้งนี้ หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด เสนอขายรวมกันมูลค่าไม่เกิน 850 ล้านบาท มีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ "BB+" แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564

ทางบริษัทฯ จะเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2564 สามารถจองซื้อได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 3 แห่ง ได้แก่ บล.เอเซีย พลัส บล.กรุงไทย ซีมีโก้ และ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) โดยมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อประมาณ 700 ล้านบาท และชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินประมาณ 300 ล้านบาท

ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของ MICRO ในไตรมาส 2/2564 สามารถสร้างรายได้จากการปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง 155.81 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบจากงวดเดียวของปีก่อนถึง 52.08% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 50.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.82 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50.66% พร้อมชูกลยุทธ์ลุยขยายสาขาต่อเนื่อง โดยเน้นจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโต เพื่อหนุนพอร์ตสินเชื่อให้เติบโตระยะยาว ล่าสุด ได้ทำการเปิดสาขาลำดับที่ 16 สาขาปราจีนบุรี เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในภาคตะวันออก ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมวางแผนรับมือในการคุมเข้ม NPL อีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อย ผลักดันธุรกิจนายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต ขยายผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถบรรทุกมือสองแบบครบวงจร
2
เครื่องทำน้ำแข็ง Cleanicethailand
เครื่องทำน้ำแข็ง Clean ice หมดปัญหาสักที กับความสกปรก ของน้ำแข็ง หรือน้ำแข็งละลายเร็ว อีกทั้งยังประหยัดกว่าเดิมถึง 5 เท่า
ไม่ว่าจะใส่เมนูน้ำชนิดไหนๆ เครื่องทำน้ำแข็ง cleanice ก็เอาอยู่ไปซะทุกอย่าง
เครื่องทำน้ำแข็ง ของเรารับประกันความประหยัดคุ้มค่าน่าลงทุน น้ำแข็งที่เย็น ละลายช้า สะอาด ไร้สารเคมีตกค้าง ราคาถูก สามารถทำให้เมนูน้ำของคุณน่ากินได้อีกกกด้วย ! 
เพราะว่าเราใส่ใจในความสะอาด และ ความสะดวกสบาย ด้วยดีไซน์เครื่องที่ออกแบบมา สวยทันสมัยตั้งในคาเฟ่ ก็เชิญชวนลูกค้าได้ดีอีกด้วย!!!! มีคุณภาพ เเละเอื้อต่อการใช้งานจริง
เมนูน้ำไหนๆ ใคร ๆ ก็อยากซื้อ น่าดื่มไปซะทุกอย่างเเบบนี้สิ รักเลย  ต้องลองแล้วค่ะถึงจะรู้ว่าของเราดีจริง
 Made in JAPAN 
สนใจสินค้า ปรึกษา สอบถามได้ที่
Tel: 02-024-9152-3 Mobile: 061-2780-780
ไลน์ไอดี: valaiporn25
website:https://www.cleanicethailand.com
facebook:https://www.facebook.com/cleanicethailand
#เครื่องทำน้ำแข็ง #เครื่องทำน้ำแข็งหยอดเหรียญ #ตู้กดน้ำแข็ง #ตู้กดน้ำแข็งหยอดเหรียญ #cleanice #cleanicethailand
 

 

 

3
ม.บูรพา ปรับหลักสูตร MBA ตอบโจทย์บริหารธุรกิจยุควิกฤติ เปิดจัดกิจกรรรมเปิดบ้าน ชี้แจง 3 หลักสูตรใหม่ 24 ต.ค.นี้ ผ่านระบบออนไลน์

รายงานข่าวจากวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุว่า วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ หรือ MBA ในปี 2564 โดยที่มีการปรับปรุงหลักสูตรนร่วมกับภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ตอบโจทย์การบริหารธุรกิจในยุควิกฤติที่ใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วยในการดำเนินกิจการ ประกอบด้วย

วิชานวัตกรรมการจัดการการเงินในยุคดิจิทัล  กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเชิงพลวัต ภาวะผู้นำเชิงบูรณาการนวัตกรรมเทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์ในยุคเศรษฐกิจหุ่นยนต์และเรียลไทม์ การจัดการความหลากหลายและจิตวิทยาเชิงพลวัตสำหรับการปรับเปลี่ยนองค์กรธุรกิจสู่ความยั่งยืน กลยุทธ์การบริหารผู้มีความสามารถโดดเด่นและการจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ 

นอกจากนี้ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะจัดกิจกรรม  Open House Open Heart 2021  โดยจะเป็นการจัดกิจกรรม เปิดบ้านใหม่ดปิดโลกใหม่  MBA และ เปิดใจเปิดรับการเรียนรู้โลก MBA ซึ่งจะมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระพีพร ศรีจำปา คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา บรรยายหลักสูตร ปริญญาโท MBA ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13.00 - 15.00 น. ผ่านระบบ zoom Online ลงทะเบียนเข้ารับการฟังบรรยายหลักสูตรได้ที่ https://1th.me/6ugw5


สำหรับการรับสมัครนิสิตใหม่ของหลักสูตรปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ MBA จะสมัครได้ถึงวันที่ 26 ต.ค.2564 ปริญญาโท MBA บริหารธุรกิจมี 3 สาขา ดังนี้

1.หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สำหรับผู้บริหาร (Executive MBA) เปิดให้สมัครเรียน 2 กลุ่มเรียน คือ กลุ่มที่ 1 เรียนวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 09:30 น. – 16:30 น. และกลุ่มที่ 2 เรียนวัน อังคาร พุธ พฤหัสบดี และศุกร์ เวลา 18.30–21.30 น.

2.หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจโลก (MBA-GBM) เรียนวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 09:30–16:30 น.

3.หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ (Inter MBA) เรียนวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 09:30–16:30 น.

สำหรับวิทยาลัยพาณิชย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นสถานศึกษาที่พัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจที่สำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อให้ผู้อยู่ในแวดวงธุรกิจมีการพัฒนาให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ โดยหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ จะอัพเดทความรู้ด้านบริหารธุรกิจครบทุกด้าน ด้วยรูปแบบการเรียนที่ทันสมัยเหมาะสมกับทุกเหตุการณ์ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่

 
4
นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ยูเอซี โกล. (UAC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าเน้นโนบายการลงทุนด้าน Energy Efficiency และ Bio Circular Economy ทั้งในประเทศ และกลุ่ม CLMV อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งผลักดันการช่วยเหลือสังคมและชุมชน โดยการต่อยอดแนวคิดจากโครงการจัดการขยะ ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แตกไลน์ธุรกิจเพื่อให้บริการติดตั้งเครื่องจักร และให้เช่าเครื่องจักรบดขยะ และเครื่องคัดแยกขยะให้บริษัท เอส อาร์ ทู แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจด้านการผลิตเชื้อเพลิง RDF3 จากบ่อขยะชุมชน เพื่อส่งให้โรงงานปูนซีเมนต์ใช้เป็นเชื้อเพลิง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 บริษัทฯ ได้เข้าไปส่งมอบและทดสอบระบบเครื่องบดและเครื่องคัดแยกขยะที่บ่อขยะซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งบ่อขยะดังกล่าวเดิมมีปริมาณขยะตกค้างประมาณ 300,000 ตัน และมีขยะสดเข้ามาวันละกว่า 400 ตันต่อวัน โดยระบบเครื่องบดและขยะสามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย ผลิตเชื้อเพลิง RDF3 ได้วันละกว่า 150 ตัน

“จากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติเสมอมา จึงได้ให้ความสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาปริมาณขยะในชุมชน ในการจัดหาเครื่องบด และเครื่องคัดแยกขยะที่ดีให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ขาดเงินทุน แต่มีโครงการที่ดี มีความสามารถ และมีประสบการณ์ในการเพิ่มมูลค่าขยะทิ้งแล้วนำกลับมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรที่ให้ความสนใจในการทำธุรกิจร่วมกันในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะต่อไป” นายชัชพล กล่าว
5
บสย. สร้างสถิติอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 10 เดือน ทะลุ 2 แสนล้านบาท รักษาจ้างงานและสร้างแรงงานใหม่กว่า 2 ล้านราย มั่นใจ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู เฟส 2 กระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย เติมทุน SMEs ไมโคร – เปราะบาง Restart กิจการ

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่าง วันที่ 1 ม.ค. - 15 ต.ค. 64  ได้อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อทุกโครงการ รวมวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท และอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ ( LG) จำนวน 187,446 ฉบับ สร้างสถิติค้ำประกันสินเชื่อสูงสุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย. รอบ 30 ปี ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ  215,237 ล้านบาท คิดเป็น 1.07 เท่า สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ 4.13 เท่าของวงเงินค้ำประกัน คิดเป็นมูลค่า 833,333 ล้านบาท  ก่อเกิดการจ้างงาน จำนวน 2,050,661 ราย  แบ่งเป็น การรักษาการจ้างงาน จำนวน 1,667,657 ราย และการจ้างงานใหม่ จำนวน 383,004 ราย  โดยมีภาระค้ำประกันสินเชื่อ (Outstanding) ณ ไตรมาส 3/2564 จำนวน 604,076 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของยอดคงค้างสินเชื่อ SMEs ในระบบ คิดเป็น 10% ของ มูลค่า GDP SMEs  

 

โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ บสย. อนุมัติวงเงินค้ำ ได้แก่ 1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู เฟส 1-2 วงเงิน 103,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52% และ LG จำนวน 33,803 ฉบับ

 

2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs สร้างชาติ (PGS 9) วงเงิน 71,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% และ LG จำนวน 16,878 ฉบับ

 

3.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro 4 วงเงิน 15,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7% และ LG จำนวน 130,699 ฉบับ

 

4.โครงการค้ำประกันสินเชื่ออื่นๆ วงเงิน 11,100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6%  และ LG จำนวน 6,066 ฉบับ

บสย.
บสย.


โดย บสย. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้ร่วมงานในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟู เฟส 1-2  ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และ บสย. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ 3 กลุ่มได้แก่ 1. ผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร (Micro) 2.ผู้ประกอบการ SMEs 3. กลุ่ม คอร์ปอเรท (Corporate)  มีวงเงินรวมทั้งโครงการ 250,000 ล้านบาท เฟส 1 วงเงิน 100,000 ล้านบาท ค้ำประกันเต็มจำนวนแล้ว  และได้เปิดเฟส 2 วงเงิน 100,000 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 9 ตุลาคม 2566 

 

ขณะที่แผนการดำเนินงานไตรมาสสุดท้าย บสย. พร้อมอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs นำไปใช้ในการปรับปรุงและฟื้นกิจการ ตามแผนเปิดประเทศ  มั่นใจว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 วงเงิน 100,000 ล้านบาท จะช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น  ซึ่งได้ปรับปรุงเกณฑ์การค้ำประกันสินเชื่อให้ดียิ่งขึ้น เพื่ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ กลุ่มไมโคร และ  SMEs กลุ่มเปราะบาง ได้แก่

1. ปรับลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันทันที ตั้งแต่ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่ม SMEs เปราะบาง จ่ายเริ่มต้นเพียง 1% ต่อปีต่อเนื่อง 4 ปีแรก รวม 13% ตลอดระยะเวลา 10 ปี

2. เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่ม SMEs เปราะบาง ได้รับวงเงินสินเชื่อ เพิ่มขึ้นสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย จากเดิม 15 ล้านบาทต่อราย

3. เพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยเต็ม 100% ใน กลุ่มไมโคร จากเดิม 90% และ กลุ่ม SMEs เปราะบาง จากเดิม 80% 

 

 

นอกจากนี้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู เฟส 2 มีการปรับเพิ่มวงเงินค้ำประกันผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นลูกค้าเดิมที่มีวงเงินกู้อยู่แล้ว และลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีวงเงิน ดังนี้

 

1.ผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร (Micro) หรือผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย กรณีเป็นลูกค้าสถาบันการเงินที่มีวงเงินสินเชื่อเดิมไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้วงเงินไม่เกิน 30% ของสินเชื่อเดิมหรือสูงถึง 1.5 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้วงเงินสูงถึง 1.5 ล้านบาท

 

2.ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสถาบันการเงินที่มีวงเงินสินเชื่อเดิม ระหว่าง 5-50 ล้านบาท  จะได้วงเงินไม่เกิน 30% ของสินเชื่อเดิม หรือระหว่าง 1.5-15 ล้านบาท  กรณีถ้าไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้วงเงิน 1.5-15 ล้านบาท 

 

3.กลุ่มคอร์ปอเรท (Corporate) กรณีเป็นลูกค้าสถาบันการเงินที่มีวงเงินสินเชื่อเดิม ระหว่าง 50 - 500 ล้านบาท จะได้วงเงินไม่เกิน 30% ของสินเชื่อเดิม หรือระหว่าง 15 -150 ล้านบาท กรณีผู้ประกอบการ SMEs ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้วงเงิน 15-50 ล้านบาท 

 

ทั้งนี้วงเงินผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร (Micro) และกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs อาจจะได้รับวงเงินสูงถึง 50 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ประกอบการและการพิจารณาของสถาบันการเงินและธนาคารแห่งประเทศไทย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับคำปรึกษาฟรี ได้ที่ บสย. Call Center และศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) โทร. 0-2890-9999 หรือที่ สำนักงานเขต บสย. ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ
Pages: [1] 2 3 ... 10